🌈 หลังจากไม่มี DELTA เจ้าจะใช้หุ้นตัวไหนลากดัชนี SET50 ครับ ❓ – Pantip

Source: 🌈 หลังจากไม่มี DELTA เจ้าจะใช้หุ้นตัวไหนลากดัชนี SET50 ครับ ❓ – Pantip

จากการที่ DELTA ได้สร้างปรากฏการณ์ “หุ้นตัวเดียว เสียวทั้งตลาด” ไปเมื่อปีก่อน ทำให้นักลงทุนต่างรับรู้กับความจริงที่ว่า มีคนบางกลุ่มจงใจใช้หุ้นบางตัวเพื่อปั่นราคาดัชนีอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามตลาดหลักทรัพย์ก็ได้จัดการเชลบิลหุ้นตัวป่วนนั้นไปเป็นที่เรียบร้อย และจบปัญหานี้ลง …… ทุกท่านเชื่อแบบนั้นจริงหรือครับ ? เราคิดว่าลึก ๆ หลายคนคงมองว่า เกมการเงินนี้ไม่มีทางจบ และเจ้าก็จะต้องหาหุ้นตัวอื่นมาทำหน้าที่นี้แทน  คำถามคือ “จะเป็นหุ้นตัวไหน ?” ขอเชิญทุกท่านลองคาดการณ์และรับรู้ข้อมูลได้ในบทความนี้

ก่อนอื่นมา Update การคำนวณดัชนี SET50 ในรอบปัจจุบัน (ม.ค. 65 – มิ.ย.65) โดยหลัก ๆ แล้วยังคงคำนวนแบบเดิมทุกประการ แต่เพิ่มเงื่อนไขทางด้าน “คุณภาพ” ในการคัดเลือกหุ้นที่จะมีสิทธิเข้ามาเป็นสมาชิก กล่าวคือ ต้องมีการซื้อขายในระดับปกติมากกว่า 9 ใน 12 เดือนก่อนหน้า โดยไม่นับรวม Volume ของช่วงเวลาติด Cash เข้าไปรวม ซึ่งนี้เป็นเหตุผลให้ DELTA ผู้ซึ่งปีที่แล้วถูกขังไปไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง กระเด็นหลุดจาก SET50 ในรอบนี้

อย่างไรก็ตามการเพิ่มเติมเชิงคุณภาพนี้ จะไม่ได้ส่งผลต่อวิธีการคำนวน Impact ของหุ้นแต่ละตัวที่มีผลต่อดัชนี นั้นคือ หุ้นตัวที่มี Market Cap สูงก็จะมีผลต่อดัชนีมาก ดังนั้นแล้ว “หากยังเกิดกรณีหุ้นที่มูลค่าตลาดเยอะ แต่ไม่สภาพคล่อง” ก็จะมีโอกาสเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยกับอดีต ดังนั้นในวันนี้เราลองมาเริ่มตรวจสอบดูกันนะครับว่า หุ้นตัวไหนจะมีโอกาสหรือใกล้เคียงที่จะเป็น DELTA 2 ได้บ้าง ? โดยเริ่มจากมาดูข้อมูลผลกระทบของราคาหุ้นแต่ละตัวกับดัชนี SET50 ดังตาราง

ตารางแสดงมูลค่าตลาด (Market Cap) และผลกระทบต่อ SET,SET50 ของหุ้น 15 ลำดับแรกในตลาดหุ้นไทย

จากตารางจะพบว่า หุ้น PTT เป็นหุ้นที่มี Market Cap สูงสุด โดยเป็นส่วนประกอบของดัชนีถึง 9% ดังนั้น ทุก ๆ การเปลี่ยนแปลงก็ PTT 1% จะส่งผลต่อดัชนี SET50 0.09% หรือคิดเป็น 0.9 จุดเมื่อเทียบราคาปัจจุบัน ตามมาด้วย AOT, ADVANC, GULF และ CPALL ตามลำดับ โดยทุกท่านสามารถดู Impact ของหุ้นทั้ง 50 ตัวได้ ดังตารางนี้ (เรามี Update ให้ในทุกเดือนนะครับ)

ตารางแสดงมูลค่าตลาด (Market Cap) และผลกระทบต่อ SET,SET50 ของหุ้นใน SET50

ทั้งหมดนี้ คือผลกระทบต่อดัชนี SET50 เมื่อราคาหุ้นแต่ละตัวเปลี่ยนไป 1% โดย PTT คือหุ้นที่มี Impact มากที่สุดถึง 0.9 จุด ส่วน RATCH น้อยที่สุด โดยทุกการเปลี่ยนแปลงราคา 1% จะส่งผลกระทบเพียง 0.05 จุดเท่านั้น แต่อย่างไรก็เรา นี่ก็ยังไม่ใช่คำตอบที่เราอยากได้ เพราะข้อมูลนี้ยังไม่ได้บ่งบอกถึง “ความยาก-ง่ายในการทำราคาหุ้น” ดังนั้น เราจึงมาพิจารณาเรื่องของปริมาณการซื้อขายกับการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นแต่ละตัว ดังข้อมูลจากนี้

ตารางแสดงความสัมพันธ์ของมูลค่าการซื้อขายกับการเปลี่ยนแปลงราคาหุ้นในแต่ละ %

เราได้เก็บข้อมูล %การเปลี่ยนแปลงของหุ้นแต่ละตัว (ไม่สนทิศทาง) และทำการหารด้วยมูลค่าการซื้อขายต่อวัน โดยคิดย้อนหลังเฉลี่ยเป็นเวลา 1 ปี (2021) พบว่า หุ้นตัวที่ใช้เงินลงทุนน้อยที่สุดในการทำราคาปิดเปลี่ยนแปลง 1% คือ  AWC โดยใช้เพียง 189 ล้านบาท และหุ้นที่ใช้เม็ดเงินมากที่สุดในการแกว่งต่อ 1% คือ PTT โดยต้องใช้สูงถึง 2,300 ล้านบาท และนี้จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม PTT ที่มีผลกระทบต่อดัชนีมากที่สุด ถึงไม่มีเจ้าคนไหนใช้ทำราคา เพราะสภาพคล่องในตลาดที่สูงจึงต้องใช้เม็ดเงินที่เยอะในการลากนั่นเอง

จากนั้นเราจะทำการนำทั้ง 2 ตาราง (%Impact กับ Value/%Chg.) มาทำการรวมกันเพื่อหาคำตอบที่ว่า “หุ้นตัวไหนที่สามารถใช้เงินในลงทุนน้อยที่สุดและส่งผลต่อดัชนีมากที่สุด” โดยได้คำตอบดังนี้

ตารางแสดงความสัมพันธ์ของปริมาณการซื้อขายที่ทำให้ราคาหุ้นเปลี่ยนแปลง 1% กับผลกระทบต่อดัชนี SET50

จากตารางจะเห็นว่า หุ้น AWC เป็นหุ้นที่เบาที่สุดที่สามารถสร้าง Impact ให้กับ SET50 มากสุด โดยใช้เงินเพียง 1500 ล้าน ก็สามารถทำให้ดัชนีเปลี่ยนแปลงไป 1 จุดได้ ตามมาด้วย CRC แต่ตามปกติเจ้าจะไม่ใช้หุ้นที่เล็กเกินไปในการลากตลาด (นอกจากมี Event) ดังนั้น ตัวที่น่าสนใจจริง ๆ และทุกคนต้องจับตา คืออันดับ 3 และ 4 อย่าง AOT และ GULF ที่เป็นหุ้นติด TOP5 ของ Market Cap แต่มีสภาพคล่องในตลาดที่เบา โดยใช้ไม่ถึง 2,000 ล้านก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงดัชนีต่อจุดได้ โดยเราคิดว่าหุ้น 2 ตัวนี้จะเป็นตัวแปรสำคัญสำหรับการเคลื่อนไหวดัชนีในปีนี้

และนี้คือเนื้อทั้งหมดที่เรานำมาฝาก ดังนั้นลองจับตาดูกันนะครับสำหรับหุ้นที่จะมีอิทธิพลต่อดัชนีในปีนี้ หากใครที่คิดว่าตลาดจะเป็นขาขึ้น ก็ลองติดพอร์ตเอาไว้สักหน่อย และหากใครที่กลัวความผันผวนก็อาจหลีกเลี่ยง หวังว่าบทความที่เราทำนี้จะเป็นประโยชน์กับนักลงทุน และเราจะทำบทความออกมาเรื่อย ๆ รวมถึงสร้างกิจกรรมดี ๆ เพื่อตอบแทนสังคมการลงทุน ดังนั้น ช่วยเป็นกำลังใจด้วยการติดตามกันด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

Credit : https://www.facebook.com/tfexforfuture

ร่วมรับรู้ข้อมูลสำคัญแบบ Real Time ทุกนาทีได้ที่

Line OpenChat : TFEX For Future

https://line.me/ti/g2/k8NPHPH1906UA4KiwRupnw

Leave a Comment